Cameras

การเลือกซื้อกล้อง Mirrorless

ปัจจุบัน นอกจากโทรศัพท์มือถือที่มีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น จนหลายๆ คนพูดกันว่าเป็นปัจจัยที่ 6 ไปแล้ว อุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีบทบาทมากขึ้นทุกวันเช่นกันคือ กล้องถ่ายภาพดิจิตอล ซึ่งมีให้เลือกใช้งานมากมาย ทั้งกล้องคอมแพกต์ที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กใช้งานง่ายๆ, กล้อง DSLR-Like ที่เป็นกล้องคอมแพกต์ แต่ออกแบบรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับกล้อง DSLR รวมทั้งมีฟังก์ชั่นการทำงานหลายอย่างคล้ายๆ กับกล้อง DSLR และกล้อง DSLR ที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ให้ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

buymirrorless_1-2

อีกแบบหนึ่งที่เป็นกล้องดิจิตอลรูปแบบใหม่ และกำลังเป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพคือ กล้องแบบ Mirrorless โดยกล้องรูปแบบนี้มีรูปร่างที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัดเหมือนกับกล้องคอมแพกต์ ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ และสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งมีทั้งเลนส์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกล้องแบบนี้เท่านั้น และเลนส์ต่างค่ายที่สามารถใช้งานได้ด้วยเช่นกัน โดยผ่านอแดปเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบแมนนวลโฟกัสและออโต้โฟกัสให้เลือกใช้งานด้วย แต่ก็ใช้ฟังก์ชั่นการทำงานได้เพียงบางอย่างเท่านั้น โดยในปัจจุบันกล้อง Mirrorless เป็นกล้องถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมียอดขายแซงหน้ากล้องอื่นๆ ไปอย่างมากมายทีเดียว

 

ทำไมต้องเป็นกล้อง Mirrorless

buymirrorless_6

หลายๆ เหตุผลที่ทำกล้องให้ Mirrorless ได้รับความนิยมมากขึ้นนั้น อาทิ

1. การตอบสนองการใช้งาน : แน่นอนว่ากล้อง Mirrorless นั้น มีฟังก์ชั่นการทำงานที่รองรับการใช้งานได้ทั้งมือใหม่ที่ให้ไฟล์ภาพที่สวยงามได้ง่ายๆ จากโหมดถ่ายภาพแบบออโต้ ซึ่งตอบสนองการใช้งานของมือใหม่ที่ยังไม่มีความชำนาญในการปรับตั้งกล้องมากนัก ไปจนถึงระดับมืออาชีพที่ซีเรียสในเรื่องของไฟล์ภาพ และมักจะเลือกบันทึกภาพด้วยฟอร์แมท RAW ซึ่งสามารถนำมาปรับแต่งแก้ไขในภายหลังได้โดยที่คุณภาพของภาพไม่ได้ลดลง และยังคงรักษารายละเอียดต่างๆ ของภาพไว้ได้ครบถ้วน รวมทั้งขนาดเซนเซอร์ของกล้อง Mirrorless ยังพัฒนาให้ใหญ่เทียบเท่ากับขนาดของฟิล์มหรือมีขนาดฟูลเฟรม ไม่เฉพาะใช้กับกล้อง D-SLR เพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงตอบสนองการใช้งานได้กับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพในทุกระดับเลยละครับ

2. ขนาดเล็กกะทัดรัด : ด้วยการออกแบบให้มีขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัด ไม่แตกต่างจากกล้องคอมแพกต์มากนัก ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้กล้อง Mirrorless กลายเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งผู้ที่ใช้กล้อง DSLR อยู่แล้ว และเลือกมาใช้เป็นกล้องสำรอง หรือเคยใช้กล้อง คอมแพกต์อยู่แล้ว และต้องการกล้องที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่ากล้องที่ใช้อยู่ หรือผู้ที่กำลังมองหากล้องคู่ใจมาใช้งานในยามที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ และไม่ต้องการกล้องขนาดใหญ่ให้เป็นภาระจนเกินไป เพราะจากขนาดที่เล็กกะทัดรัด ก็ไม่ทำให้การพกพายุ่งยากหรือเป็นภาระแต่ประการใด

3. เปลี่ยนเลนส์ได้ : เป็นจุดเด่นที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่ากับกล้อง DSLR เพราะเลือกใช้เลนส์ได้หลายแบบ ทั้งเลนส์คิทติดกล้องสำหรับใช้งานทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนมากจะเป็นขนาด 18-55 มม. หรือ 14-42 มม. เทียบเท่าระยะประมาณ 27-85 มม. ของกล้องฟิล์ม ซึ่งเป็นระยะที่ใช้งานได้ดีพอสมควรสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีเลนส์พิเศษ อาทิ เลนส์ถ่ายภาพบุคคลหรือเลนส์มาโคร สำหรับถ่ายภาพในระยะใกล้ ซึ่งก็ทำให้ใช้งานได้กว้างมากขึ้นอีกด้วย และคงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่ากล้อง Mirrorless สามารถใช้งานได้กับเลนส์ทุกตัวที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้อง CCTV ขนาดจิ๋ว หรือเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ราคาหลักแสนหรือหลักล้าน เพียงแค่มีอแดปเตอร์แปลงเลนส์นั้นๆ ให้เข้ากับกล้อง Mirrorless ของคุณได้เท่านั้นเอง โดยที่กล้อง Mirrorless ที่ค่า Register หรือระยะห่างระหว่าง เมาท์เลนส์กับระนาบเซนเซอร์สั้นกว่ากล้อง DSLR ดังนั้นจึงสามารถนำเลนส์ค่ายต่างๆ มาใช้กับกล้อง Mirrorless ได้ทั้งหมด

4. มีโหมดการทำงานครบครัน : กล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่จะมีโหมดถ่ายภาพมาให้ใช้งานไม่แตกต่างจากกล้อง DSLR โดยสามารถเลือกใช้โหมดออโต้ ซึ่งแต่ละค่ายต่างก็พัฒนาโหมดออโต้ในกล้องของตนเองให้ทำงานได้แม่นยำชาญฉลาดมากขึ้น อาทิ โหมด iAuto หรือ Intelligent Auto หรือ Superior Auto แล้วแต่ค่ายกล้อง โดยโหมดนี้จะมีการทำงานที่ชาญฉลาดจากโปรแกรมการทำงานของกล้องที่ถูกปรับตั้งให้กล้องประเมินรูปแบบของการถ่ายภาพของผู้ใช้ เช่น เมื่อถ่ายภาพบุคคล กล้องจะใช้ฟังก์ชั่น Face Detection ตรวจจับใบหน้าบุคคล ซึ่งเมื่อกล้องตรวจจับได้ว่าเป็นใบหน้าบุคคล กล้องจะปรับโหมดถ่ายภาพเป็นโหมดถ่ายภาพบุคคล พร้อมทั้งปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ ที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพบุคคลโดยอัตโนมัติ หรือเมื่อเล็งกล้องไปที่ดอกไม้และถ่ายในระยะใกล้ กล้องก็จะปรับโหมดถ่ายภาพป็นโหมดมาโครโดยอัตโนมัติเช่นกัน นอกจากนี้การแสดงผลแบบ Live View ที่จอมอนิเตอร์ ซึ่งสามารถดูภาพจริงก่อนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ ก็ช่วยให้ใช้กล้องได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้กล้องได้เป็นอย่างดี และสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมคุณภาพไฟล์ด้วยตนเอง ก็สามารถเลือกใช้โหมด ถ่ายภาพแบบโปรแกรม (P), โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A), โหมดออโต้รูรับแสง (S) และโหมดแมนนวล (M) ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของกล้องได้ทั้งหมดอีกด้วย

5. ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง  : เป็นจุดเด่นของกล้อง Mirrorless ที่เหนือกว่า ทั้งกล้อง DSLR และกล้องคอมแพกต์ส่วนใหญ่ หรือเกือบจะทั้งหมด ซึ่งหลายๆ รุ่น สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วประมาณ 6-10 ภาพต่อวินาที หรือมากกว่า และเป็นการบันทึกที่ความละเอียดสูงสุด ซึ่งหลายๆ คนอาจจะแย้งว่าคอมแพกต์ก็ถ่ายได้ ใช่ครับ กล้องคอมแพกต์ก็สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว แต่ส่วนใหญ่จะลดขนาดไฟล์ลงเหลือนิดเดียว บางรุ่น ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 60 ภาพต่อวินาที แต่เหลือขนาดไฟล์แค่ไม่กี่แสนพิกเซลเท่านั้นเอง ถ่ายสนุกๆ พอได้ครับ แต่เอาไปใช้งานจริงไม่ได้ ส่วนกล้อง DSLR รุ่นที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วๆ ก็ต้องเป็นระดับโปร หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องเซมิโปร ตัวละหลายหมื่น และตัวกล้องรวมเลนส์แล้วเกินหนึ่งกิโลกรัมแน่นอน และเมื่อเทียบไฟล์ภาพกันแล้ว อาจจะดูไม่ออกด้วยซํ้าว่าถ่ายด้วยกล้อง Mirrorless หรือกล้อง DSLR ระดับโปร ที่สำคัญมือใหม่ก็สามารถบันทึกภาพแอ็คชั่นได้ง่ายๆ ด้วยฟังก์ชั่นถ่ายภาพแบบต่อเนื่องที่รวดเร็วของกล้อง Mirrorless


แล้วจะเลือกซื้อกล้อง Mirrorless อย่างไร

การเลือกซื้อกล้อง Mirrorless นั้น คำถามที่ถูกถามกันบ่อยๆ คือจะซื้อกล้องยี่ห้อไหนดี? รุ่นไหนดี? เพราะกล้องในตลาดมีออกมามากมายหลายยี่ห้อหลายรุ่น ฟังก์ชั่นการทำงานก็โดดเด่นในรูปแบบเฉพาะตัวในแต่ละรุ่น เป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากอยู่พอสมควร โดยองค์ประกอบในการตัดสินใจซื้อกล้องถ่ายภาพดิจิตอลสักตัวนั้น มีอยู่มากมายหลายข้อด้วยกัน ซึ่งคำแนะนำนี้ถือเป็นข้อเสนอแนะประกอบการตัดสินใจ เมื่ออ่านแล้วลองถามตัวเองดู แล้วหยิบยกเอาส่วนที่ตอบโจทย์ของคุณได้มากที่สุดนำมาใช้ในการตัดสินใจซื้อกล้องสักตัว แล้วคุณจะได้กล้องที่ตอบสนองการใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

งบประมาณ

ราคาค่าตัวของกล้องแต่ละรุ่น ยังคงเป็นอันดับแรกในการตัดสินใจซื้อกล้องสักตัว สำหรับผู้ที่เลือกกล้องถ่ายภาพสำหรับใช้งานทั่วๆ ไป อย่างเช่น ถ่ายเป็นงานอดิเรก, ถ่ายเก็บเป็นความทรงจำเมื่อเวลาเดินทางท่องเที่ยว หรือถ่ายภาพบุคคลในครอบครัว อาจจะไม่จำเป็นต้องเผื่องบประมาณไว้ให้มากนัก ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ระดับราคาประมาณหนึ่งหมื่นกลางๆ ไปจนถึงสองหมื่นต้นๆ ส่วนกล้องที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่สูงขึ้น รองรับการใช้งานของผู้ใช้ในระดับ Advance หรือจริงจังกับการถ่ายภาพที่มากขึ้น รวมไปถึงใช้เป็นกล้องในการประกอบอาชีพได้ด้วย ก็จะมีราคาประมาณสองหมื่นกลางๆ ไปจนถึงประมาณสามหมื่นปลายๆ

แต่สำหรับผู้ที่จริงจังมากขึ้น ต้องการไฟล์คุณภาพสูงและใช้งานกล้องอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องการกล้องที่มีฟังก์ชั่นการทำงานสูง ก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลือกซื้อกล้องที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งมีราคาตั้งแต่สี่หมื่นบาทขึ้นไป กล้องในระดับนี้ มีโหมดการทำงานที่รองรับการใช้งานหนักสำหรับมืออาชีพได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงโหมดการทำงานแบบง่ายๆ หรือแบบออโต้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพมากนัก แต่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณ หรือพูดง่ายๆ คือต้องการกล้องดีๆ ไว้ก่อนนั่นเอง

ขนาดเซนเซอร์ และความละเอียด

buymirrorless_3-2

เป็นตัวเลือกต่อมาที่หลายๆ คนให้ความสำคัญกับความละเอียด รวมทั้งขนาดของเซนเซอร์ภาพ ซึ่งความละเอียดนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้วัดคุณภาพของกล้องรุ่นนั้นๆ ด้วย กล้องในปัจจุบันที่มีราคาใกล้เคียงกัน ส่วนมากมีความละเอียดไม่แตกต่างกันมากนัก และกล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่ในตลาดปัจจุบันมีความละเอียดประมาณ 16-24 ล้านพิกเซล กล้องในระดับมืออาชีพอาจจะขยับไปถึง 40 ล้านพิกเซล และเมื่อจะซื้อกล้องสักตัวก็ควรเลือกที่ความละเอียดสูงไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการนำไปอัดขยายขนาดโปสการ์ด หรือ A4 หรือ อัพโหลดไปยังโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ากล้องที่มีความละเอียดสูงจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า และในอนาคตจะสามารถนำไฟล์ภาพไปใช้งานอย่างอื่น อาทิ พิมพ์โฟโต้บุ๊ก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน และต้องการไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูง เพราะจะได้ภาพที่มีความคมชัดมากกว่าไฟล์ขนาดเล็กมากทีเดียว นอกจากนี้ บางครั้งที่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของเลนส์ที่ไม่สามารถเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ได้ ไฟล์ภาพความละเอียดสูงยังสามารถนำมาครอปให้ขนาดของภาพใหญ่ขึ้น โดยที่คุณภาพยังคงดีอยู่ ไม่ลดไปมากมายนัก ต่างจากการถ่ายภาพด้วยความละเอียดตํ่า เมื่อนำมาครอปหรือขยาย จะเห็นผลต่างของคุณภาพที่ชัดเจนทีเดียว

ส่วนขนาดของเซนเซอร์ภาพนั้น ปัจจุบันมีกล้อง Mirrorless ที่ใช้เซนเซอร์ภาพขนาดฟูลเฟรมหรือเท่าฟิล์ม ซึ่งมีข้อดีคือ มีไดนามิกเรนจ์ที่ดีกว่าเซนเซอร์ขนาดเล็กที่ความละเอียดเท่าๆ กัน, ให้ DOF หรือระยะชัดที่ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อใช้เลนส์ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างๆ จะรับรู้ได้ถึงมิติของภาพที่ดีกว่าเซนเซอร์ขนาดเล็ก และเช่นเดียวกันจะทำให้ได้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพที่ดีกว่าเซนเซอร์ขนาดเล็ก เมื่อต้องนำมาครอปเพื่อขยายขนาดของซับเจกต์ในภาพให้ใหญ่ขึ้นด้วย

คุณภาพของไฟล์

คุณภาพของไฟล์ ไม่ใช่เฉพาะเกี่ยวเนื่องกับความละเอียดของกล้องเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการประมวลผลทุกกระบวนการจนเสร็จสิ้นออกมาเป็นภาพแล้วว่า มีความคมชัดมากน้อยแค่ไหน ให้สีสันถูกต้องมากน้อยเพียงใด และมี Noise หรือสัญญาณรบกวนมากน้อยแค่ไหน เมื่อใช้ความไวแสงสูงๆ ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมตกแต่งภาพสำหรับการจัดการไฟล์ให้มีคุณภาพมากขึ้น แต่ก็ต้องหาโปรแกรมมาใช้งาน หรือต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เหมาะสำหรับผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพที่มากขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ใช้กล้องในระดับมือสมัครเล่นทั่วๆ ไป อาจจะถือเป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่งถ้าหากว่ามีการจัดการไฟล์ ได้อย่างยอดเยี่ยมจากตัวกล้องเลย ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่า เมื่อสนใจกล้องดิจิตอลซักรุ่น ก็ลองหาข้อมูลหาไฟล์ภาพตัวอย่างจากกล้องนั้นๆ มาดูก่อน จากรีวิวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มนํ้าหนักในการตัดสินใจได้ดีขึ้นครับ

ขนาดและการออกแบบ

buymirrorless_2c buymirrorless_7

หลายๆ คนให้ความสำคัญกับการออกแบบของกล้องมากทีเดียว เพราะถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดสูง ฟังก์ชั่นการทำงานสูง แต่ถ้าเป็นกล้องตัวใหญ่ มีนํ้าหนักมาก หรือปรับควบคุมไม่ถนัดเอาเสียเลย ก็อาจจะทำให้ใช้งานไม่สนุก หรือไม่อยากใช้เอาง่ายๆ การ เลือกกล้องตัวเล็กๆ จะดูเหมาะกว่า บางคนก็ชื่นชอบรูปลักษณ์ของตัวกล้องที่ออกแนววินเทจ เรโทร ส่วนสาวๆ ที่ชื่นชอบการ selfies คงจะถูกใจกล้องที่สามารถพับจอกลับมาด้านหน้าให้มองได้อย่างสะดวก เป็นต้น การออกแบบตัวกล้องที่มีปุ่มหรือแป้นน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ปรับควบคุมได้ลำบาก โดยเฉพาะเมื่อต้องการเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพมาใช้แบบควบคุมด้วยตนเอง ดังนั้นหากมีโอกาสไปลองจับ ไปเล่นกล้องตัวจริงที่โชว์รูมก่อนที่จะซื้อ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

จอมอนิเตอร์

buymirrorless_4

จอมอนิเตอร์เป็นเสมือนดวงตาของกล้องดิจิตอล เพราะจะเป็นตัวที่สื่อภาพถ่ายออกมายังผู้ที่ได้ชื่นชม ปัจจุบันจอมอนิเตอร์มีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ช่วยให้มองรายละเอียดบนจอ อาทิ เมนู ตัวอักษร หรือไอคอนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งมีการเคลือบกันแสงสะท้อน สามารถดูจอเมื่ออยู่กลางแจ้ง หรือมองจากด้านข้างได้อย่างชัดเจนเช่นกัน และส่วนมากกล้องรุ่นใหม่ๆ จะมีความละเอียดประมาณ 920,000 พิกเซลขึ้นไป หลายๆ รุ่นเกินหนึ่งล้านพิกเซล จอมอนิเตอร์ที่มีความละเอียดสูงๆ จะแสดงภาพได้ชัดเจน โดยจะเห็นผลชัดขึ้นเมื่อซูมขยายเพื่อตรวจสอบความคมชัด

จอมอนิเตอร์ของกล้องบางรุ่นสามารถปรับจอหมุนได้หลายทิศทาง ช่วยให้ถ่ายภาพในมุมสูงหรือมุมตํ่า หรือมุมมองที่แตกต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น อาทิ สามารถยกกล้องขึ้นถ่ายภาพสูงเหนือศรีษะ หรือถ่ายภาพมุมกล้องตํ่าระดับพื้นดิน เป็นต้น หรือแม้กระทั่งหมุนจอมอนิเตอร์กลับมามองเพื่อตั้งถ่ายภาพตัวเอง หรือ selfies ก็ได้ นอกจากนี้ หลายๆ รุ่นก็ใช้ระบบควบคุมการทำงานแบบสัมผัสที่หน้าจอมอนิเตอร์ ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นครับ

บางครั้งสเปคกล้องหรือกล้องรุ่นที่หมายตาไว้ อาจจะปรับจอไม่ได้ หรือปรับก้มและเงยได้เท่านั้น ก็ลองเปรียบเทียบนํ้าหนักกันดูว่า ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบไหนมากกว่ากัน เช่น ชื่นชอบการ selfies และต้องการกล้องที่ปรับจอมอนิเตอร์มาถ่าย selfies ได้ ก็ต้องให้ความสำคัญกับจอมอนิเตอร์เป็นอันดับหนึ่ง ให้นํ้าหนักมากกว่ากล้องที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วๆ เป็นต้นครับ เพราะยังไงๆ คุณภาพของกล้อง Mirrorless หลายๆ รุ่นในปัจจุบันดีเยี่ยมอยู่แล้วละครับ

ฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอ

buymirrorless_5

ถือเป็นฟังก์ชั่นที่มีความสำคัญมากขึ้น สำหรับกล้อง Mirrorless เพราะผู้ใช้งานในระดับมืออาชีพหลายๆ คน เปลี่ยนมาใช้กล้อง Mirrorless สำหรับการบันทึกวิดีโอแบบจริงจัง เพราะกล้อง Mirrorless หลายๆ รุ่น ออกแบบการบันทึกวิดีโอให้ได้คุณภาพสูงระดับ 4K รวมทั้งมีช่องต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้งานในระดับมืออาชีพมาให้ด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อกล้อง Mirrorless ไปใช้งาน ซึ่งกล้องที่รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพดีๆ อาจจะมีความละเอียดไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกล้องทั่วๆ ไปที่เน้นการถ่ายภาพนิ่ง ดังนั้นจึงต้องชั่งใจดูว่าจะนำไปใช้งานแบบไหนเป็นหลัก ถ้าหากว่าเป็นการบันทึกปกติ บันทึกเหตุการณ์ในครอบครัว บันทึกการเดินทางท่องเที่ยว กล้อง Mirrorless ทั่วๆ ไปก็รองรับได้เป็นอย่างดีครับ เพราะสามารถบันทึกด้วยคุณภาพ Full HD เพียงพอที่จะเปิดชมในบ้านแล้วครับ แต่ถ้าหากว่าเป็นการใช้งานวิดีโอแบบจริงจัง ถ่ายโฆษณา, ถ่ายภาพยนต์ หรือหนังสั้น เลือกกล้องที่เน้นบันทึกวิดีโอจะเหมาะสมกว่าครับ และแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกันคือ เมมโมรี่การ์ดที่ใช้บันทึกไฟล์ภาพ ซึ่งควรจะต้องเลือกใช้รุ่นที่มีความเร็วในการเขียนและอ่านได้เร็วกว่าปกติ หรือเลือกใช้ตั้งแต่คลาส 10 ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้การบันทึกลื่นไหล ไม่สะดุด หรือกระตุกครับ

บริการหลังการขาย

เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งแบบที่ซื้อจากบริษัทนำเข้า หรือจากร้านค้า ซึ่งหากซื้อจากตัวแทนที่เป็นทางการก็จะได้รับบริการที่เชื่อถือได้ โดยปกติแล้วกล้องส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน 1 ปี หากเกิดความเสียหายในช่วงระยะเวลาที่รับประกันและภายใต้เงื่อนไขของการรับประกัน ก็จะได้รับการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ฟรี ซึ่งหากเป็นอุปกรณ์สำคัญ เช่น เซนเซอร์ภาพ หรือจอมอนิเตอร์ ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง การซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนการซื้อกล้องจากต่างประเทศ ควรจะต้องตรวจสอบราคาให้ดีก่อน ถ้าหากราคาต่างกันไม่มาก ซื้อที่บ้านเราดีกว่าครับ ไม่ต้องเสี่ยงกับการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ หากกล้องเกิดมีปัญหาขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องบวกเพิ่มกับราคากล้องด้วย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าซื้อกล้องแพงไปซะอีก แถมถูกรื้อออกมาซ่อมอีกด้วยครับ

……………………..

หลักเกณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นส่วนหนึ่งสำหรับการตัดสินใจในการเลือกซื้อกล้องใหม่สักตัวมาไว้ใช้งาน อย่างไรก็ตามผู้ซื้อควรจะได้สัมผัสกับกล้องจริงๆ ก่อนการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยให้ตัดสินได้ได้ง่ายว่าใช่กล้องที่ต้องการจริงๆ หรือไม่ หรือเพียงแค่ได้รับการแนะนำ หรือภาษากล้องเรียกว่า “ป้ายยา” ว่าดีเท่านั้น กล้องที่ดีสำหรับคนๆ หนึ่ง อาจะจะไม่ดีพอ หรืออาจจะไม่เหมาะสมสำหรับอีกคนหนึ่งก็ได้ ดังนั้นคำแนะนำเป็นเพียงส่วนประกอบในการตัดสินใจ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คุณ!! ซึ่งเป็นคนควักเงินจ่าย จะต้องเป็นคนตัดสินใจเอง …ขอให้ได้กล้องที่ถูกใจนะครับ
กล้อง Mirrorless ไม่เพียงตอบสนองการถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น แต่หลายๆ ค่ายต่างก็พัฒนาประสิทธิภาพของกล้องให้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบมืออาชีพมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นอนาคตของกล้อง Mirrorless จึงยังคงไปต่อได้อีกนาน และจะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามการแข่งขันทางการตลาด แน่นอนครับ ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือ เราๆ ท่านๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนั่นแหละว่า จะเลือกเดินไปทิศทางไหน ผมเองไม่แปลกใจนักที่เห็นบูธขายกล้อง Mirrorless มีคนเข้าคิวกันซื้ออย่างกับว่ามีแจกของฟรี ยังไงยังงั้นครับ..

..ขอให้มีความสุขในการถ่ายภาพนะครับ..

เรื่อง : พีร วงษ์ปัญญา